จดหมายเปิดผนึกถึงสถาบันการศึกษา

เรากำลังให้การศึกษาหรือเพียงฝึกการใช้งาน

ขณะที่โลกธุรกิจต้องการมาตรฐานกลางทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่การใช้งานบนระบบที่หลากหลายนั้นเป็นเรื่องที่ดีกว่าสำหรับสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ถ้าเราต้องการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้หลักการที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้การใช้งานผลิตภัณฑ์บางตัวในท้องตลาด เราควรสอนพวกเขาด้วยแพลตฟอร์มที่หลายหลาย เช่น วินโดวส์, แมคอินทอช, และลินุกซ์ พร้อมไปกับซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เช่น ไมโครซอฟท์ออฟฟิส, โอเพนออฟฟิศ, หรือ Abiword เป็นต้น เพราะการสอนหลักการคือการให้การศึกษาอย่างแท้จริง ขณะที่การสอนผลิตภัณฑ์จะเป็นเพียงการฝึกการใช้งานเท่านั้น

ปัจจุบันคือความล้าสมัย

การเลือกผลิตภัณฑ์สักตัวมาใช้ในการเรียนการสอนในโรงเรียนนั้น เราควรเลือกโดยมองให้ไกลกว่าการครองตลาดส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพราะเราคงต้องการให้การศึกษากับเด็กๆ มากกว่าจะเป็นการฝึกธรรมดา ในปี พ.ศ. 2532, ไมโครซอฟท์ได้วางตลาดไมโครซอฟท์ออฟฟิสเวอร์ชั่นแรกๆ สู่ตลาด ในตอนนี้เองมีผู้คนนับล้านที่ไม่ได้เรียนซอฟต์แวร์ตัวนี้ในโรงเรียนแต่อย่างใดก็ สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ตัวนี้ในการทำงานอยู่ทุกวัน ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต่อต้านการใช้งานซอฟต์แวร์ที่อาจจะได้รับความนิยมเพิ่มสูง ขึ้นในอนาคตเช่น โอเพนออฟฟิศ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยราคาที่ฟรีและสามารถประหยัดงบประมาณ ให้กับโรงเรียนได้อย่างมาก แม้กระทั่งหากทางโรงเรียนไม่ต้องการใช้งานโอเพนออฟฟิศในการเรียนการสอนในตอนนี้ อย่างน้อยๆ ควรลงโปรแกรมเช่นโอเพนออฟฟิศหรือ Abiword ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีซอฟต์แวร์อยู่ก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ ใช้งานซอฟต์แวร์เอกสารเหล่านี้อย่างทั่วถึง

ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากขึ้น

ไมโครซอฟท์วินโดวส์มีความต้องการคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ ที่ความเร็วสูงตลอดเวลา ในทางกลับกันลินุกซ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเช่นนั้น ทำให้เราสามรถใช้ลินุกซ์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ความเร็วต่ำเพื่อทำงานได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ โดยยังสามารถให้การเรียนการสอนไม่ต่างจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ แต่อย่างใด ในปัจจุบันมีหน่วยงานจำนวนมากใช้ซอฟต์แวร์จากโครงการ Linux Terminal Server Project (LTSP) เพื่อให้สามารถนำคอมพิวเตอร์เก่ามาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โครงการเหล่านี้หลายครั้งใช้เพียงคอมพิวเตอร์เก่าที่ได้รับการบริจาคมาจากภาคธุรกิจ ไปยังคนที่ต้องการใช้งาน การบำรุงรักษาห้องเรียนที่ใช้งานซอฟต์แวร์จากโครงการ LTSP นั้นง่ายกว่าการดูแลห้องเรียนตามปรกติมาก เนื่องจากคอมพิวเตอร์ส่วนมากไม่มีฮาร์ดดิสก์ทำให้ความเสียหายจากฮาร์ดแวร์มีต่ำ และการปรับปรุงหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ก็สามารถทำได้จากส่วนกลางเพียงครั้งเดียว ระบบทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นซอฟต์แวร์เสรีทั้งหมด

การมีส่วนร่วมของครอบครัว

การแจกจ่ายซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งหมดที่ใช้ในโรงเรียนเพื่อ ให้ผู้ปกครองของเด็กได้นำไปติดตั้งและใช้งานที่บ้านเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการศึกษา เป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องที่เด็กจะสามารถเรียนรู้ในเวล าที่พวกเขาอยู่บ้าน และที่ดีกว่านั้นคือการที่พ่อแม่จะสามารถมีส่วนร่วมในเทคโนโลยีต่างๆ ที่ลูกๆ ของพวกเขาได้ใช้งานในโรงเรียน นักเรียนจะสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ตัวเดียวกับที่พวกเขาใช้งานที่โรงเรียนเพื่อ ทำงานที่บ้าน และนำกลับมาใช้งานที่โรงเรียนผ่านสื่อใดๆ เช่น อีเมล, แผ่นดิสก์, ไดร์ฟ USB, ตลอดจนแผ่นซีดี น่ายินดีที่เรามีซอฟร์แวร์เสรีจำนวนมากที่ใช้งานประเภทนี้ได้ ตัวอย่างเช่นโครงการ TheOpenCD ที่เปิดให้ดาวน์โหลดและแจกจ่ายซอฟต์แวร์ชั้นดีจำนวนมากเช่น โอเพนออฟฟิศ (ใช้งานแทนไมโครซอฟท์ออฟฟิส), GIMP (ใช้งานแทน Photoshop), และ NVU (ใช้สร้างเว็บ) ถ้าโรงเรียนเริ่มมองเทคโนโลที่กว้างขึ้น เราจะสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองพร้อมๆ กับลดความสับสนเนื่องจากความไม่เข้ากันของไฟล์เอกสารไปได้ (และผู้ปกครองคนไหนบ้างจะไม่ตื่นเต้นหากพวกเขาพบว่าไม่ต้องจ่ายเงินนับพันนับ หมื่นเพื่อซื้อไมโครซอฟท์ออฟฟิสเพราะว่าโอเพนออฟฟิศนั้นแจกฟรี)

การสอนเขียนโปรแกรม

มีภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบโอเพนซอร์สที่จะช่วยสร้างชั้นเรียนเขียนโปรแกรมชั้น เยี่ยมอยู่เป็นจำนวนมาก หากเราสอนเด็กให้พัฒนาโปรแกรมโดยใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะเช่น Visual Basic พวกเขาจะไม่สามารถนำงานกลับไปทำที่บ้านได้ แต่หากเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแล้ว พวกเขาจะสามารถใช้งานได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ยิ่งกว่านั้นขั้นตอนหลักในการพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ใช่การเขียนโค้ดใหม่ๆ แต่เป็นการวิเคราะห์และแก้โค้ดเดิมที่มีอยู่แล้ว มีโค้ดจากโครงการโอเพนซอร์สจำนวนมากที่ถูกเขียนขึ้นอย่างดีเยี่ยมและพร้อมใช้ ศึกษาและปรับปรุงได้ตลอดเวลา เช่นครู Jeff Elkner ที่ใช้งานภาษา Python ในห้องเรียนของเขาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543

ต้นฉบับ แปลเป็นภาษาไทย โดยคุณ lew

Posted In